วันศุกร์ที่ 8 กรกฎาคม พ.ศ. 2559

ความรู้ทั่วไป

กรมทางหลวง 
เป็นหน่วยงานสังกัดกระทรวงคมนาคม มีหน้าที่ดำเนินการก่อสร้าง ควบคุม บูรณะ และบำรุงรักษาทางหลวง ทางหลวงพิเศษ ทางหลวงแผ่นดิน และทางหลวงสัมปทาน เพื่ออำนวยความสะดวกรวดเร็วและปลอดภัยในทางหลวงทั่วประเทศ เอื้อประโยชน์ในการพัฒนาเศรษฐกิจ สังคม การปกครอง ความมั่นคง และการป้องกันประเทศ
กระทรวงคมนาคม (อังกฤษ: Ministry of Transport) เป็นหน่วยงานราชการไทยประเภทกระทรวง มีหน้าที่ยกระดับการให้บริการประชาชน ของระบบโครงสร้างพื้นฐาน และบริการคมนาคมขนส่ง ให้มีความคุ้มค่าและทั่วถึง ทำให้ระบบคมนาคมขนส่ง มีความปลอดภัย มีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมน้อย และส่งเสริมคุณภาพชีวิต ผสานและเชื่อมโยง โครงข่ายระบบขนส่งมวลชน ระบบขนส่งสาธารณะ ทั้งคนและสินค้า และขยายโอกาสการเดินทางสัญจร อย่างเสมอภาคโดยทั่วถึงกัน
ทางหลวง
ทางหลวง คือ ถนนหรือเส้นทางซึ่งจัดไว้เพื่อประโยชน์ในการจราจรสาธารณะทางบก ไม่ว่าในระดับพื้นดิน ใต้หรือเหนือพื้นดิน หรือใต้หรือเหนืออสังหาริมทรัพย์อย่างอื่นนอกจากทางรถไฟ ระบบทางหลวงของสหรัฐอเมริกาที่เรียกว่า อินเตอร์สเตต เป็นระบบทางหลวงที่มียาวรวมทั้งหมดมากที่สุดในโลกโดยมีความยาวทั้งสิ้น 75,376 กม.(2004) ทางหลวงบางเส้นจะเชื่อมต่อระหว่างประเทศเช่น ยูโรเปียนรูท และถนนบางเส้นจะเชื่อมระหว่างเมืองหลวงของรัฐทั้งหมดในประเทศ เช่นใน ออสเตรเลียไฮเวย์ 1 ซึ่งเชื่อมตัวเมืองหลวงของรัฐทั้งหมดรอบประเทศออสเตรเลีย ถนนหลวงที่ยาวที่สุดในโลกคือ ทรานซ์-แคนาดาไฮเวย์ ซึ่งเริ่มจากเมือง วิกตอเรีย ในรัฐบริติชโคลัมเบีย ของฝั่งมหาสมุทรแปซิฟิก ผ่าน 10 รัฐจนถึงเมืองเซนต์จอห์นในรัฐนิวฟันด์แลนด์และแลบราดอร์ทางฝั่งมหาสมุทรแอตแลนติก
การออกแบบทางหลวงจะมีการออกแบบที่แตกต่างกันขึ้นไปขึ้นอยู่กับลักษณะถนน ความกว้างถนน และสภาพการสัญจร ทางหลวงสามารถมีได้ทั้งในลักษณะถนนสองเลน ถนนมีหรือไม่มีไหล่ทาง และผิวถนนของถนนเส้นเดียวกันที่ตำแหน่งต่างกัน จะมีลักษณะไม่เหมือนกันขึ้นอยู่กับหน่วยงานที่เป็นผู้ควบคุมถนนเส้นนั้น
ทางหลวงในประเทศไทยได้รับการควบคุมโดยกรมทางหลวง โดยมีทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 4 หรือถนนเพชรเกษม เป็นถนนที่ยาวที่สุดในประเทศไทย เริ่มจากกรุงเทพมหานครถึงด่านพรมแดนจังโหลน อำเภอสะเดา จังหวัดสงขลา ระยะทางรวมทั้งสิ้น 1,274 กิโลเมตร
ทางหลวงพิเศษ ทางด่วน
ทางหลวงที่ควบคุมการเข้าถึง (อังกฤษ: controlled-access highway) หรือ ทางด่วน เป็นทางหลวงประเภทหนึ่งของที่มีความสามารถที่จะรองรับปริมาณการจราจรได้จำนวนหนึ่ง ออกแบบมาเพื่อรองรับการจราจรที่รวดเร็วอย่างปลอดภัย โดยอาจจะเปิดให้ใช้ในลักษณะถนนที่เก็บค่าผ่านทางหรือไม่ก็ได้ แต่ส่วนมากมักจะเก็บค่าผ่านทาง ซึ่งในแคนาดาและทวีปเอเชียเรียก เอกซ์เพรสเวย์ (expressway) ในสหราชอาณาจักรและไอร์แลนด์เรียก มอเตอร์เวย์ (motorway) และในสหรัฐอเมริกาและออสเตรเลียเรียก ฟรีเวย์ (freeway)
ทางหลวงที่ควบคุมการเข้าถึงจะไม่มีการขัดขวางของการจราจรด้วยไฟจราจร ทางแยก และไม่มีการเข้าถึงสถานที่ที่อยู่ติดถนน เป็นอิสระจากจุดตัดที่ผ่านถนน ทางรถไฟ หรือทางเท้าที่ระดับดิน โดยอาจออกแบบเป็นทางยกระดับหรือทางลอดก็ได้ สามารถเข้าและออกจากทางหลวงนี้ได้โดยทางลาดและทางแยกต่างระดับ และมีการแบ่งทิศทางการจราจรด้วยเกาะกลาง อาจเป็นแบบราว กำแพงกั้น หรือเป็นที่ว่างปลูกหญ้า การกำจัดจุดตัดในทิศทางต่าง ๆ ช่วยเพิ่มความปลอดภัยของนักเดินทาง รวมทั้งช่วยเพิ่มความสามารถในการรองรับปริมาณจราจร
ทางหลวงที่ควบคุมการเข้าถึงมีการพัฒนาขึ้นในช่วงครึ่งแรกของศตวรรษที่ 20 ประเทศอิตาลีได้เปิดใช้ เอาโตสตราดา (อิตาลี: autostrada) เป็นครั้งแรกในปี ค.ศ. 1924 เชื่อมต่อระหว่างเมืองมิลานกับเมืองวาเรเซ (ปัจจุบันเป็น เอาโตสตราดาเอ 8) ประเทศเยอรมนีได้เริ่มสร้าง ออโตบาห์น (เยอรมัน: autobahn) สายแรกเป็นระยะทาง 30 กิโลเมตร (19 ไมล์) ในปี ค.ศ. 1932 ระหว่างเมืองโคโลญกับเมืองบอนน์ (ปัจจุบันเป็น ออโตบาห์น 555) หลังจากนั้นก็ได้ก่อสร้างถนนดังกล่าวเป็นระบบทั่วประเทศ เพื่อใช้ในการเดินทางในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 ส่วนในอเมริกาเหนือได้เปิดใช้ ฟรีเวย์ (freeway) หรือที่รู้จักในชื่อพาร์กเวย์ (parkway) เป็นสายแรกในนครนิวยอร์กเมื่อยุคปี 1920 และประเทศที่มีอิทธิพลมากในด้านรถไฟอย่างบริเตน ได้มีการเปิดใช้ทางเลี่ยงเมืองเพรสตัน (ปัจจุบันเป็น เอ็ม 6 มอเตอร์เวย์) ในปี ค.ศ. 1958

ประวัติถนนกรุงรัตนโกสินทร์
วันพุธที่ 4 พฤศจิกายน พ.ศ. 2400 พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวโปรดเกล้าฯ ให้เจ้าพระยายมราช (ครุฑ) เป็นแม่กอง  ทำถนนในพระนครทุกสาย ในสมัยนั้นก็คือ ถนนรอบพระบรมมหาราชวัง วัดพระศรีรัตนศาสดาราม ด้วยก่อนนี้เป็นเพียงถนนดินคนเดินไปมา ถือว่าเป็นจุดเริ่มต้นการบุกเบิกคมนาคมทางบกแบบยุโรปขึ้นครั้งแรกในกรุงรัตนโกสินทร์ เพราะก่อนหน้านี้จะใช้การคมนาคมทางน้ำเป็นหลัก และถนนต่อจากท้ายวังก็คือถนนเจริญกรุง ถนนสายแรกของประเทศไทย

ถนนเจริญกรุง
ถนนเจริญกรุง (อังกฤษ: Thanon Charoen Krung) เริ่มตั้งแต่ถนนสนามไชยถึงแม่น้ำเจ้าพระยาที่ถนนตก กรุงเทพมหานคร เป็นถนนรุ่นแรกที่ใช้เทคนิคการสร้างแบบตะวันตก ปัจจุบันผ่านพื้นที่เขตพระนคร เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย เขตสัมพันธวงศ์ เขตบางรัก เขตสาทร และเขตบางคอแหลม
ถนนเจริญกรุงเป็นถนนที่พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวโปรดเกล้าฯ ให้สร้างขึ้นเมื่อวันที่ 5 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2404 แล้วเสร็จใน พ.ศ. 2407 มีความยาวจากถนนสนามไชยถึงดาวคะนอง 8,575 เมตร การก่อสร้างถนนเจริญกรุงนั้นเนื่องจากในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวมีชาวต่างประเทศเข้ามาอยู่ในกรุงเทพฯ มากขึ้น และมีพวกกงสุลได้เข้าชื่อกันขอให้สร้างถนนสายยาวสำหรับขี่ม้าหรือนั่งรถม้าตากอากาศและอ้างว่า “เข้ามาอยู่ที่กรุงเทพมหานครไม่มีถนนหนทางที่จะขี่รถม้าไปเที่ยว พากันเจ็บไข้เนือง ๆ” ในปีระกา พ.ศ. 2404 จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้เจ้าพระยาศรีสุริยวงศ์ (ช่วง บุนนาค ต่อมาคือ สมเด็จเจ้าพระยาบรมมหาศรีสุริยวงศ์ (ช่วง บุนนาค)) ที่สมุหพระกลาโหมเป็นแม่กอง พระยาอินทราธิบดีสีหราชรองเมืองเป็นนายงาน รับผิดชอบในการก่อสร้างถนนช่วงตั้งแต่คูเมืองชั้นในถึงถนนตกริมแม่น้ำเจ้าพระยาที่ตำบลบางคอแหลม เรียกว่าถนนเจริญกรุงตอนใต้ (แต่ชาวบ้านมักเรียกว่าเจริญกรุงตอนล่าง) กว้าง 5 วา 4 ศอก โดยมีนายเฮนรี อาลาบาศเตอร์ (ต้นสกุลเศวตศิลา) เป็นผู้สำรวจแนวถนนและเขียนแผนผังถนน และในปีจอ พ.ศ. 2405 โปรดเกล้าฯ ให้เจ้าพระยายมราช (ครุฑ) เป็นแม่กอง พระยาบรรหารบริรักษ์ (สุ่น) เป็นนายงาน รับผิดชอบการก่อสร้างถนนเจริญกรุงตอนใน คือช่วงระยะทางตั้งแต่วัดพระเชตุพนวิมลมังคลารามราชวรมหาวิหารถึงสะพานดำรงสถิต (สะพานเหล็ก) กว้าง 4 วา โดยสร้างเป็นถนนดินอัด เอาอิฐเรียงตะแคงปูให้ชิดกัน ตรงกลางนูนสูง เมื่อถูกฝนไม่กี่ปีก็ชำรุด การก่อสร้างถนนเจริญกรุงตอนในนี้เดิมกำหนดให้ตัดตรงจากสะพานดำรงสถิต (สะพานเหล็ก) ถึงกำแพงเมืองด้านถนนสนามไชย แต่พระบาทสมเด็จพระปิ่นเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงทักท้วงว่าการสร้างถนนตรงมาสู่พระบรมมหาราชวังอาจเป็นชัยภูมิให้ข้าศึกใช้ตั้งปืนใหญ่ยิงทำลายกำแพงเมืองได้ จึงต้องเปลี่ยนแนวถนนมาหักมุมเลี้ยวตรงเชิงสะพานดำรงสถิต
เมื่อสร้างถนนเจริญกรุงเสร็จใหม่ ๆ นั้น ยังไม่ได้พระราชทานนาม จึงเรียกกันทั่วไปว่า ถนนใหม่ และชาวยุโรปเรียกว่า นิวโรด (New Road) ชาวจีนเรียก ซินพะโล้ว แปลว่าถนนตัดใหม่ ต่อมา พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวจึงโปรดเกล้าฯ พระราชทานนามถนนว่า "ถนนเจริญกรุง" ซึ่งมีความหมายถึงความเจริญรุ่งเรืองของบ้านเมือง เช่นเดียวกับชื่อถนนบำรุงเมืองและถนนเฟื่องนคร ที่โปรดเกล้าฯ ให้สร้างขึ้นในคราวเดียวกัน
อนึ่ง ถนนถนนเจริญกรุงช่วงตั้งแต่สี่แยกหมอหมีถึงเวิ้งนครเกษม เป็นเส้นแบ่งเขตการปกครองระหว่างเขตสัมพันธวงศ์ กับ เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย

หน่วยงานสำนัก (ส่วนกลาง)
สำนักงานเลขานุการกรม
กองการเงินและบัญชี
กองการเจ้าหน้าที่
กองการพัสดุ
กองทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง
กองฝึกอบรม
แขวงทางหลวง ตามที่รัฐมนตรีประกาศกำหนด
ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศ
สำนักกฎหมาย
สำนักก่อสร้างทางที่ 1
สำนักก่อสร้างทางที่ 2
สำนักก่อสร้างสะพาน
สำนักเครื่องกลและสื่อสาร
สำนักงานทางหลวงที่ 1
สำนักงานทางหลวงที่ 2
สำนักงานทางหลวงที่ 3
สำนักงานทางหลวงที่ 4
สำนักงานทางหลวงที่ 5
สำนักงานทางหลวงที่ 6
สำนักงานทางหลวงที่ 7
สำนักงานทางหลวงที่ 8
สำนักงานทางหลวงที่ 9
สำนักงานทางหลวงที่ 10
สำนักงานทางหลวงที่ 11
สำนักงานทางหลวงที่ 12
สำนักงานทางหลวงที่ 13
สำนักงานทางหลวงที่ 14
สำนักงานทางหลวงที่ 15
สำนักงานทางหลวงที่ 16
สำนักงานทางหลวงที่ 17
สำนักงานทางหลวงที่ 18
สำนักจัดกรรมสิทธิ์ที่ดิน
สำนักบริหารโครงการทางหลวงระหว่างประเทศ
สำนักบริหารบำรุงทาง
สำนักแผนงาน
สำนักมาตรฐานและประเมินผล
สำนักวิเคราะห์และตรวจสอบ
สำนักวิจัยและพัฒนางานทาง
สำนักสำรวจและออกแบบ
สำนักอำนวยความปลอดภัย

หน่วยงานส่วนภูมิภาค
กรมทางหลวงนั้นกระจายอำนาจการดูแลรักษาทำนุบำรุงถนน สร้างถนนในเขตภูมิภาค โดยแบ่งหน่วยงานดังนี้
สำนักงานทางหลวงที่ 1 เชียงใหม่
แขวงทางหลวงเชียงใหม่ที่ 1
แขวงทางหลวงเชียงใหม่ที่ 2
แขวงทางหลวงเชียงใหม่ที่ 3
แขวงทางหลวงลำปางที่ 1 (แขวงการทางลำปางเดิม)
แขวงทางหลวงลำปางที่ 2 (สำนักงานบำรุงทางลำปางที่ 2 เดิม)
แขวงทางหลวงลำพูน
แขวงทางหลวงแม่ฮ่องสอน
สำนักงานทางหลวงที่ 2 แพร่
แขวงทางหลวงแพร่
แขวงทางหลวงเชียงรายที่ 1
แขวงทางหลวงเชียงรายที่ 2
แขวงทางหลวงพะเยา
แขวงทางหลวงน่านที่ 1
แขวงทางหลวงน่านที่ 2
สำนักงานทางหลวงที่ 3 สกลนคร
แขวงทางหลวงสกลนครที่ 1
แขวงทางหลวงสกลนครที่ 2 (สว่างแดนดิน)
แขวงทางหลวงนครพนม
แขวงทางหลวงบึงกาฬ
แขวงทางหลวงมุกดาหาร
แขวงทางหลวงหนองคาย
สำนักงานทางหลวงที่ 4 ตาก (สำนักงานทางหลวงตากเดิม)
แขวงทางหลวงตากที่ 1
แขวงทางหลวงตากที่ 2 (แม่สอด)
แขวงทางหลวงกำแพงเพชร
สำนักงานทางหลวงที่ 5 พิษณุโลก
แขวงทางหลวงพิษณุโลกที่ 1 (แขวงการทางพิษณุโลกเดิม)
แขวงทางหลวงพิษณุโลกที่ 2 (วังทอง) (สำนักงานบำรุงทางพิษณุโลกที่ 2 เดิม)
แขวงทางหลวงสุโขทัย
แขวงทางหลวงอุตรดิตถ์ที่ 1
แขวงทางหลวงอุตรดิตถ์ที่ 2
แขวงทางหลวงพิจิตร
สำนักงานทางหลวงที่ 6 เพชรบูรณ์
แขวงทางหลวงเพชรบูรณ์ที่ 1
แขวงทางหลวงเพชรบูรณ์ที่ 2 (บึงสามพัน)
แขวงทางหลวงเลยที่ 1
แขวงทางหลวงเลยที่ 2 (ด่านซ้าย)
แขวงทางหลวงหนองบัวลำภู
สำนักงานทางหลวงที่ 7 ขอนแก่น
แขวงทางหลวงขอนแก่นที่ 1
แขวงทางหลวงขอนแก่นที่ 2 (ชุมแพ)
แขวงทางหลวงขอนแก่นที่ 3 (บ้านไผ่)
แขวงทางหลวงชัยภูมิ
แขวงทางหลวงอุดรธานีที่ 1 (แขวงการทางอุดรธานีเดิม)
แขวงทางหลวงอุดรธานีที่ 2 (หนองหาน) (สำนักงานบำรุงทางอุดรธานีที่ 2 เดิม)
สำนักงานทางหลวงที่ 8 มหาสารคาม (สำนักงานทางหลวงมหาสารคามเดิม)
แขวงทางหลวงมหาสารคาม
แขวงทางหลวงกาฬสินธุ์
แขวงทางหลวงยโสธร
แขวงทางหลวงร้อยเอ็ด (สำนักงานบำรุงทางร้อยเอ็ดเดิม)
สำนักงานทางหลวงที่ 9 อุบลราชธานี
แขวงทางหลวงอุบลราชธานีที่ 1
แขวงทางหลวงอุบลราชธานีที่ 2
แขวงทางหลวงศรีสะเกษที่ 1 (แขวงการทางศรีสะเกษเดิม)
แขวงทางหลวงศรีสะเกษที่ 2 (สำนักงานบำรุงทางศรีสะเกษที่ 2 เดิม)
แขวงทางหลวงสุรินทร์
แขวงทางหลวงอำนาจเจริญ (แขวงการทางอำนาจเจริญและอุบลราชธานีส่วนที่ 3 เดิม)
สำนักงานทางหลวงที่ 10 นครราชสีมา
แขวงทางหลวงนครราชสีมาที่ 1
แขวงทางหลวงนครราชสีมาที่ 2
แขวงทางหลวงนครราชสีมาที่ 3 (สำนักงานบำรุงทางนครราชสีมาที่ 3 เดิม)
แขวงทางหลวงบุรีรัมย์
แขวงทางหลวงปราจีนบุรี
แขวงทางหลวงสระแก้ว (วัฒนานคร)
สำนักงานทางหลวงที่ 11 ลพบุรี
แขวงทางหลวงลพบุรีที่ 1
แขวงทางหลวงลพบุรีที่ 2 (ลำนารายณ์)
แขวงทางหลวงนครสวรรค์ที่ 1
แขวงทางหลวงนครสวรรค์ที่ 2 (ตากฟ้า)
แขวงทางหลวงสระบุรี
แขวงทางหลวงสิงห์บุรี (สำนักงานบำรุงทางสิงห์บุรีเดิม)
สำนักงานทางหลวงที่ 12 สุพรรณบุรี
แขวงทางหลวงสุพรรณบุรีที่ 1
แขวงทางหลวงสุพรรณบุรีที่ 2 (อู่ทอง) [แขวงการทางกาญจนบุรี-สุพรรณบุรี (ที่ 2) เดิม]
แขวงทางหลวงกาญจนบุรี
แขวงทางหลวงชัยนาท
แขวงทางหลวงอ่างทอง (สำนักงานบำรุงทางอ่างทอง-อยุธยาเดิม)
แขวงทางหลวงอุทัยธานี
สำนักงานทางหลวงที่ 13 กรุงเทพ
แขวงทางหลวงกรุงเทพ
แขวงทางหลวงธนบุรี (สำนักงานบำรุงทางธนบุรีเดิม)
แขวงทางหลวงนครนายก (สำนักงานบำรุงทางนครนายกเดิม)
แขวงทางหลวงนนทบุรี (สำนักงานบำรุงทางนนทบุรีเดิม)
แขวงทางหลวงปทุมธานี
แขวงทางหลวงสมุทรปราการ
แขวงทางหลวงสมุทรสาคร
แขวงทางหลวงอยุธยา
สำนักงานทางหลวงที่ 14 ชลบุรี
แขวงทางหลวงชลบุรีที่ 1 (แขวงการทางชลบุรีเดิม)
แขวงทางหลวงชลบุรีที่ 2 (สำนักงานบำรุงทางชลบุรีที่ 2 เดิม)
แขวงทางหลวงจันทบุรี
แขวงทางหลวงฉะเชิงเทรา
แขวงทางหลวงตราด
แขวงทางหลวงระยอง
สำนักงานทางหลวงที่ 15 ประจวบคีรีขันธ์
แขวงทางหลวงประจวบคีรีขันธ์ (หัวหิน)
แขวงทางหลวงชุมพร
แขวงทางหลวงนครปฐม
แขวงทางหลวงเพชรบุรี (สำนักงานบำรุงทางเพชรบุรีเดิม)
แขวงทางหลวงราชบุรี
แขวงทางหลวงสมุทรสงคราม (สำนักงานบำรุงทางสมุทรสงครามและราชบุรีส่วนที่ 2 เดิม)
สำนักงานทางหลวงที่ 16 นครศรีธรรมราช
แขวงทางหลวงนครศรีธรรมราชที่ 1
แขวงทางหลวงนครศรีธรรมราชที่ 2 (ทุ่งสง)
แขวงทางหลวงตรัง
แขวงทางหลวงสุราษฎร์ธานีที่ 1 (พุนพิน) (แขวงการทางสุราษฎร์ธานีเดิม)
แขวงทางหลวงสุราษฎร์ธานีที่ 2 (กาญจนดิษฐ์) (สำนักงานบำรุงทางสุราษฎร์ธานีที่ 2 เดิม)
แขวงทางหลวงสุราษฎร์ธานีที่ 3 (เวียงสระ) (สำนักงานบำรุงทางสุราษฎร์ธานีที่ 3 เดิม)
สำนักงานทางหลวงที่ 17 กระบี่ (สำนักงานทางหลวงกระบี่เดิม)
แขวงทางหลวงกระบี่
แขวงทางหลวงพังงา (สำนักงานบำรุงทางพังงาเดิม)
แขวงทางหลวงภูเก็ต
แขวงทางหลวงระนอง
สำนักงานทางหลวงที่ 18 สงขลา
แขวงทางหลวงสงขลาที่ 1 (แขวงการทางสงขลาเดิม)
แขวงทางหลวงสงขลาที่ 2 (นาหม่อม) (สำนักงานบำรุงทางสงขลาที่ 2 เดิม)
แขวงทางหลวงนราธิวาส
แขวงทางหลวงปัตตานี
แขวงทางหลวงพัทลุง
แขวงทางหลวงยะลา
แขวงทางหลวงสตูล
สำนักงานบริหารงานศูนย์สร้างทาง
ศูนย์สร้างทางลำปาง
ศูนย์สร้างทางหล่มสัก
ศูนย์สร้างทางขอนแก่น
ศูนย์สร้างทางสงขลา
ศูนย์สร้างทางกาญจนบุรี
สำนักก่อสร้างสะพาน
ศูนย์สร้างและบูรณะสะพานที่ 1 (พิจิตร)
ศูนย์สร้างและบูรณะสะพานที่ 2 (ขอนแก่น)
ศูนย์สร้างและบูรณะสะพานที่ 3 (ปทุมธานี)

ศูนย์สร้างและบูรณะสะพานที่ 4 (นครศรีธรรมราช)

**จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี**

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น